น.ส. พิชาณี ชาดวง 4901208073
นิตยสาร The Economists เล่มล่าสุด ได้พูดถึงมาตรฐานการวัดความถดถอยของเศรษฐกิจโลก
(Global Slumpometer) เพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย (Global Economics Recession)
เรื่องยอดฮิตในตอนนี้ เพราะนักเศรษฐศาสตร์ทุกคนได้บอกว่าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในครั้งนี้
เป็นการถอถอยทางเศรษฐกิจที่หนักที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1930 หรือประมาณ 70 - 80 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งภาวะถอถอยทางเศรษฐกิจที่ผ่านมามีผลทำให้ประชาชน และภาคธุรกิจขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย และการลงทุน
อย่างไรก็ตามก็มีข้อถกเถียงกันว่า คำว่าเศรษฐกิจถดถอย จะเอาเครื่องมือหรือตัวเลขอะไรมาวัดถึงจะถูกต้องว่าเป็นภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
ถ้าใช้เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้คือหาก GDP ลดลงสองไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าเป็นการถดถอยทางเศรษฐกิจ
ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตเศรษกิจยุโรป และญี่ปุ่น ก็จะเข้าข่ายนี้ แต่ถ้าถามว่า เราจะเอาอะไรมาวัดว่าเศรษฐกิจโลกถอถอย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMFได้ให้คำจำกัดความว่าคำว่าเศรษฐกิจโลกถอถอยคือ GDP ของโลก หรือทุกประเทศรวมกัน มีการขยายตัวน้อยกว่าร้อยละ 3 (โดยใช้ Purchasing Power Parity หรือ PPP เป็นตัววัด) ซึ่ง IMF ได้ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้า (2009) จะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.2 (GDP ปี 2007 ขยายตัวเท่ากับร้อยละ 5 และ ร้อยละ 3.7 ในปี 2008) แต่นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะขยายตัวเหลือร้อยละ 1.5 เท่านั้น แปลง่ายๆ ว่ายิ่งไปกันใหญ่ เลยมีประเด็นถกเถียงกันว่าจริงๆ แล้วเราต้องใช้เกณฑ์อะไรกันแน่ ฃในการที่จะบอกว่าเศรษฐกิจโลกถดถอย เพราะว่าการที่เศรษฐกิจขยายตัวลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกันนั้นอาจจะไม่แม่นยำ เนื่องจากหลายประเทศที่กำลังพัฒนาไม่มีการเก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส
จึงทำให้ไม่สามารถวัดเทียบได้ทั้งโลก และอัตราการขยายตัวของ GDP ก็มีเกณฑ์ของคำว่าดีไม่เท่ากัน
หากเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วก็ประมาณแถวๆ ร้อยละสาม ถ้าประเทศกำลังพัฒนาก็จะมากกว่าร้อยละ 5
ยิ่งถ้าบอกว่าเศรษฐกิจโลกแย่ที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 1930 GDP ของโลกก็ไม่เคยหดตัวแบบติดลบเลย ซึ่งปีที่มีการขยายตัวแย่ที่สุดคือปี 1982 และปี 1991 ที่มีการขยายตัวของ GDP เพียงร้อยละ 0.9 และ 1.5 ตามลำดับ ดังแสดงในรูปข้างล่าง ซึ่งเป็นข้อมูลของ IMF

จากประเด็นข้างต้น ซึ่งจริงๆ แล้วการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะต้องมีการปรับเพื่อวัดภาวะการเจริญเติบโต เนื่องจากจำนวนประชากรโลกที่เพิมขึ้นทุกปี ซึ่งภายหลัง IMF ได้ให้ความเห็นว่าเราอาจจะคำนวณรายได้ประชาชาติต่อหัว (GDP Per Head) มาเป็นตัวชี้วัดก็ได้ ว่าหาก GDP per head มีค่าลดลง (ติดลบ) ก็แปลว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ได้ ซึงหากใช้วิธีนี้คำนวณก็จะพบว่าเศรษฐกิจโลกได้มีการถดถอยจริงในปี 1975 ปี 1982 และปี 1991 อันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์น้ำมันรอบแรก รอบสอง และวิกฤติเศรษฐกิจเม๊กซิโกและอเมริกาใต้ ตามลำดับ ซึ่งค่า GDP Per Head มีการติดลบ แม้ว่าจะมีการกล่าวขานกันว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2001 เป็น "The Mother of All Recessions" อันเนื่องมากจากสบู่ Dot Com แตกกระจาย แต่ GDP Per Headของโลกก็ยังขยายตัวประมาณร้อยละ 1 อยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามอัตราการเพิ่มของประชากรโลกในปัจจุบันได้ลดลงอยู่ที่ประมาณ
ร้อยละ 1.2 ต่อปี ซึ่งหากเอาตัวเลขการเติบโตของ GDP ข้างต้นมาคำนวณ จะพบว่ายังไงก็ตาม GDP Per Head ก็ยังไม่ติดลบอยู่ดี แต่คราวนี้มีคนบอกว่าถ้าเราลองเปลี่ยนสูตรการคำนวณดู โดยไม่เอา PPP เป็นตัววัด แต่ให้เอาอัตราแลกเปลี่ยนมาวัดดู จะพบว่า GDP Per Head มีค่าลดลง เนื่องจากค่าเงินสหรัฐได้หดตัว แต่ถ้าเอาค่าเงินสหรัฐไปเปลี่ยนกลับเป็นค่าเงินสกุลอื่น จะพบว่ามีหลายประเทศรวยขึ้น เช่น จีน เป็นต้นดังนั้นข้อสรุปของคำว่า Global Recession ที่ IMF สรุปก็คือ ถ้า GDP เติบโตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เช่นในประเทศพัฒนาแล้วควรจะโตร้อยละ 4 และประเทศกำลังพัฒนาควรจะโตร้อยละ 7 ขึ้นไป (ซึ่งถ้าประเทศกำลังพัฒนา
โตร้อยละ 4 แปลว่าแย่มากๆ) ก็แปลว่าเศรษฐกิจโลกถดถอย ถ้ากลับไปดูกราฟฝั่งขวาอีกครั้งจะพบว่าเศรษฐกิจ
ของประเทศพัฒนาแล้วจะติดลบ แต่ประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Economy) ถึงแม้จะลด แต่ก็ฉุดไม่ให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมติดลบ ปีหน้าจะเป็นปีแรกที่เศรษฐกิจโลกอยู่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะประเทศกำลังพัฒนา
ที่มา :
http://www.vcharkarn.com/va2/index.php/my/show/1563
คำถามท้ายเรื่อง
1.ความถดถอยของเศรษฐกิจโลก หรือ Global Slumpometer หมายถึงอะไร
2.เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้ในการวัด ความถดถอยของโลกคืออะไร
3.ยกตัวอย่างวิกฤติการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยมา 1ตัวอย่าง

4 ความคิดเห็น:
1.ความถดถอยของเศรษฐกิจโลก หรือ Global Slumpometer หมายถึงอะไร
ตอบ เรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย
2.เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้ในการวัด ความถดถอยของโลกคืออะไร
ตอบ คำนวณรายได้ประชาชาติต่อหัว (GDP Per Head) มาเป็นตัวชี้วัดก็ได้ ว่าหาก GDP per head มีค่าลดลง (ติดลบ) ก็แปลว่าเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ได้ ซึงหากใช้วิธีนี้คำนวณก็จะพบว่าเศรษฐกิจโลกได้มีการถดถอยจริง
3.ยกตัวอย่างวิกฤติการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยมา 1ตัวอย่าง
ตอบ เศรษฐกิจโลกได้มีการถดถอยจริงในปี 1975 ปี 1982 และปี 1991 อันเนื่องมาจากวิกฤติการณ์น้ำมันรอบแรก รอบสอง และวิกฤติเศรษฐกิจเม๊กซิโกและอเมริกาใต้ ตามลำดับ นางสาววัลลี สานอินสี G6 47210089
คำตอบ
1.ความถดถอยของเศรษฐกิจโลก หรือ Global Slumpometer หมายถึง GDP ของโลก หรือทุกประเทศรวมกัน มีการขยายตัวน้อยกว่าร้อยละ 3 (โดยใช้ Purchasing Power Parity หรือ PPP เป็นตัววัด)
2.เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้ในการวัด ความถดถอยของโลกคือ Purchasing Power Parity หรือ PPP
3.ตัวอย่างวิกฤติการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย คือ วิกฤติการณ์ Hamberger ที่สหรัฐอเมริกา
นางสาวชุติมา เจริญชนม์
เลขทะเบียน 4901100540
1. GDP ของโลก หรือทุกประเทศรวมกัน มีการขยายตัวน้อยกว่าร้อยละ 3 (โดยใช้ Purchasing Power Parity หรือ PPP เป็นตัววัด)
2.หาก GDP ลดลงสองไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าเป็นการถดถอยทางเศรษฐกิจ
3.เนื่องมาจากวิกฤติการณ์น้ำมันรอบแรก รอบสอง และวิกฤติเศรษฐกิจเม๊กซิโกและอเมริกาใต้และล่าสุดจากวิกฤติการณ์ Hamberger ที่สหรัฐอเมริกา
นางสาวลดาวัลย์ พองาม
เลขทะเบียน 48210277
1.ความถดถอยของเศรษฐกิจโลก หรือ Global Slumpometer หมายถึง GDP ของโลก หรือทุกประเทศรวมกัน มีการขยายตัวน้อยกว่าร้อยละ 3 (โดยใช้ Purchasing Power Parity หรือ PPP เป็นตัววัด)
2.เกณฑ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปใช้ในการวัด ความถดถอยของโลกคือ Purchasing Power Parity หรือ PPP
3.ตัวอย่างวิกฤติการณ์ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย คือ วิกฤติการณ์ Hamberger ที่สหรัฐอเมริกา
น.ส.กุลธิดา อินทร์แดง 47210033 g6
แสดงความคิดเห็น